พันธกิจ 3 ด้านหลัก

พันธกิจการประกาศและบุกเบิกคริสตจักรใหม่

การสร้างสาวกและการขยายคริสตจักร

องค์กรคริสตจักรเมตตากิจดำเนินพันธกิจภายใต้นิมิต “สร้างสาวกที่สร้างสาวก” โดยมุ่งมั่นพัฒนาผู้เชื่อให้เติบโตขึ้นในพระคริสต์ สามารถดำเนินชีวิตตามพระมหาบัญชาขององค์พระเยซูคริสต์ และมีส่วนร่วมในการสร้างสาวกรุ่นต่อไปอย่างต่อเนื่อง

องค์กรตระหนักว่าการก่อตั้งจุดประกาศและคริสตจักรใหม่เป็นกลไกสำคัญในการขยายพันธกิจการประกาศข่าวประเสริฐและการสร้างสาวกไปยังชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย จึงได้กำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในช่วงปี 2023–2027 เพื่อเพิ่มจำนวนคริสตจักรและจุดประกาศในสังกัดให้ครบ 40 แห่ง

 ด้วยพระคุณและพระพรของพระเจ้า ปัจจุบันองค์กรคริสตจักรเมตตากิจได้ บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้แล้ว โดยมีคริสตจักรและจุดประกาศรวมทั้งสิ้น 40 แห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการประกาศข่าวประเสริฐ สร้างสาวก พัฒนาผู้นำ และนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ชุมชนต่าง ๆ ผ่านการดำเนินพันธกิจของพระเจ้า

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากพระคุณของพระเจ้า และความร่วมมือของคริสตจักร ผู้นำ ผู้รับใช้ และสมาชิกทุกคนที่ร่วมกันถวายชีวิตและทุ่มเทในการขับเคลื่อนพันธกิจด้วยความเชื่อ ความรัก และความสัตย์ซื่อ

แม้เราได้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้แล้ว แต่พันธกิจยังคงดำเนินต่อไป องค์กรคริสตจักรเมตตากิจยังมุ่งมั่นที่จะประกาศข่าวประเสริฐ บุกเบิกคริสตจักร สร้างสาวก และพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ เพื่อให้สาวกที่ได้รับการสร้างขึ้นสามารถสร้างสาวกต่อไป และขยายแผ่นดินของพระเจ้าไปยังชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

พันธกิจการศึกษา

องค์กรคริสตจักรเมตตากิจไม่เพียงมุ่งมั่นในการประกาศข่าวประเสริฐและสร้างสาวกเท่านั้น แต่ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของ การศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาบุคคล ครอบครัว และสังคม ดั่งพระธรรมลูกา 2:52 THSV11 “พระเยซูเจริญขึ้นในด้านสติปัญญาและด้านร่างกาย เป็นที่ชอบต่อพระพักตร์พระเจ้าและต่อหน้าคนทั้งหลายด้วย”

เรามุ่งส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม โดยมุ่งพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน ทั้งด้าน สติปัญญา ร่างกาย จิตใจ คุณธรรม และความสัมพันธ์กับพระเจ้าและผู้อื่น เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า

เช่นเดียวกับพระเยซูคริสต์ที่ทรงเจริญขึ้นอย่างรอบด้าน องค์กรคริสตจักรเมตตากิจจึงมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนได้รับการดูแลและพัฒนาในทุกมิติ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้ มีคุณธรรม มีความเชื่อที่มั่นคง และเป็นประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน และสังคม

พันธกิจด้านการศึกษาขององค์กรคริสตจักรเมตตากิจครอบคลุมทั้งการจัดการศึกษาในโรงเรียนและการดูแลเด็กปฐมวัยผ่านสถานรับเลี้ยงเด็ก เพื่อวางรากฐานที่ดีให้แก่เด็กตั้งแต่เยาว์วัย

1. โรงเรียนภายใต้องค์กรคริสตจักรเมตตากิจ

ปัจจุบัน มีโรงเรียนภายใต้การดูแลขององค์กร จำนวน 2 แห่ง ได้แก่

  1. โรงเรียนสวนองุ่นเชียงใหม่
  2. โรงเรียนเทียนเล่มน้อย

2. สถานรับเลี้ยงเด็กภายใต้คริสตจักร

นอกจากการจัดการศึกษาในโรงเรียนแล้ว คริสตจักรภายใต้องค์กรคริสตจักรเมตตากิจยังมีพันธกิจในการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยผ่านสถานรับเลี้ยงเด็ก ได้แก่

  1. สถานรับเลี้ยงเด็กสวนองุ่น (สันพระเนตร)
    ดำเนินงานโดยคริสตจักรเมธอดิสท์สันพระเนตร
  2. สถานรับเลี้ยงเด็กลูกแกะน้อย
    ดำเนินงานโดยคริสตจักรเมธอดิสท์ไครสท์ ขอนแก่น

ผ่านพันธกิจด้านการศึกษาและการดูแลเด็ก องค์กรคริสตจักรเมตตากิจมุ่งสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้พวกเขา “เจริญขึ้นในด้านสติปัญญาและด้านร่างกาย เป็นที่ชอบต่อพระพักตร์พระเจ้าและต่อหน้าคนทั้งหลาย” และเติบโตขึ้นเป็นผู้ที่สามารถดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้า พร้อมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างครอบครัว ชุมชน และสังคมให้เข้มแข็งต่อไป

พันธกิจการพัฒนาสังคมและชุมชน

การพัฒนาสังคม ชุมชน และสมาชิกคริสตจักร เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิต องค์กรคริสตจักรเมตตากิจตระหนักถึงความสำคัญของการประกาศข่าวประเสริฐควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมุ่งมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ชุมชน และสมาชิกคริสตจักรอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการศึกษา การสร้างอาชีพ การเสริมสร้างศักยภาพ การส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และการช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในภาวะยากลำบาก เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่ชีวิตที่มั่นคง มีคุณค่า และมีความหวัง

พันธกิจด้านการพัฒนาสังคมและชุมชนไม่ได้มุ่งเพียงการช่วยเหลือในระยะสั้น แต่เน้น การสร้างโอกาส สร้างศักยภาพ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่บุคคล ครอบครัว คริสตจักร และชุมชน เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

1. การสนับสนุนด้านการศึกษา

องค์กรเชื่อว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคน และเป็นการเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และสมาชิกคริสตจักรสามารถเติบโต พัฒนาศักยภาพ และก้าวไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น จึงมีโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้

1.1 ทุน SSS
สนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่มีความต้องการได้รับการช่วยเหลือ เพื่อให้สามารถเข้าถึงการศึกษาและได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม

1.2 ทุนการศึกษาโรงเรียนสวนองุ่นเชียงใหม่
สนับสนุนนักเรียนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยมีทุนในลักษณะต่าง ๆ ได้แก่

  • ทุนยากจน สำหรับนักเรียนใหม่ที่มีฐานะยากไร้ แต่มีความประสงค์และความพร้อมที่จะเข้าศึกษาในโรงเรียนเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม
  • ทุนวิกฤติ สำหรับนักเรียนเก่าที่ประสบปัญหาทางการเงินหรืออยู่ในภาวะวิกฤติ จนไม่สามารถชำระค่าเล่าเรียนได้เต็มจำนวน เพื่อให้สามารถศึกษาต่อได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องหยุดการศึกษาเนื่องจากข้อจำกัดด้านการเงิน

1.3 ทุนการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
สนับสนุนเยาวชนและสมาชิกคริสตจักรที่มีความตั้งใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ และศักยภาพของตนเอง และนำสิ่งที่ได้รับกลับมาสร้างประโยชน์แก่ครอบครัว คริสตจักร และสังคม

1.4 ทุนสร้างผู้รับใช้
สนับสนุนผู้ที่มีใจถวายตัวเพื่อรับใช้พระเจ้าให้มีโอกาสศึกษาต่อในวิทยาลัยพระคริสตธรรม เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านพระวจนะ ความรู้ ทักษะการรับใช้ และการเป็นผู้นำ สำหรับการทำพันธกิจในคริสตจักรและชุมชน

2. การสร้างอาชีพและส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง

องค์กรให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสด้านอาชีพและรายได้แก่สมาชิกคริสตจักร เพื่อให้สามารถพัฒนาศักยภาพ ประกอบอาชีพ มีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว และก้าวไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างมั่นคง

2.1 โครงการ IGP
โครงการ IGP สนับสนุนงบประมาณในรูปแบบเงินกู้ยืมสำหรับสมาชิกคริสตจักร เพื่อนำไปลงทุนหรือพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครอบครัว โดยมุ่งส่งเสริมให้สมาชิกมีความรับผิดชอบในการบริหารจัดการทรัพยากร สามารถพึ่งพาตนเอง และมีส่วนร่วมในการถวายสิบลดและสนับสนุนพันธกิจของคริสตจักร

2.2 โครงการ SSE
โครงการ SSE สนับสนุนงบประมาณในรูปแบบเงินกู้ยืมแก่คริสตจักรที่มีโครงการหรือกิจการที่สามารถสร้างรายได้และพัฒนาไปสู่การเลี้ยงดูตนเองได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของคริสตจักร และลดการพึ่งพาการสนับสนุนจากภายนอก

ตัวอย่างคริสตจักรที่มีโครงการเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูตนเอง ได้แก่

  • คริสตจักรเมธอดิสท์รังสิต คลองสี่ มีโครงการฌาปนสถาน ซึ่งเป็นกิจการที่สร้างรายได้และสนับสนุนการเลี้ยงดูตนเองของคริสตจักร
  • คริสตจักรเมธอดิสท์สันพระเนตร มีโครงการสถานรับเลี้ยงเด็กสวนองุ่น (สันพระเนตร) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างรายได้และสนับสนุนความยั่งยืนของคริสตจักร

พันธกิจด้านนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาที่ไม่ได้มุ่งเพียงการให้ความช่วยเหลือ แต่เป็นการ สร้างระบบและโอกาสให้บุคคลและคริสตจักรสามารถสร้างรายได้ บริหารจัดการทรัพยากร และก้าวไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

3. การสงเคราะห์และการพัฒนาชุมชน

องค์กรคริสตจักรเมตตากิจให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ที่ประสบความเดือดร้อนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ โดยมีการระดมทุนและสนับสนุนงบประมาณ ตลอดจนจัดหาอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและความยากลำบากในโอกาสต่าง ๆ

การดำเนินงานที่ผ่านมา ครอบคลุมการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น อุทกภัยในจังหวัดเชียงราย การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในประเทศเมียนมา รวมถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว และการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

ในระดับคริสตจักร คริสตจักรต่าง ๆ ยังมีส่วนร่วมในการทำพันธกิจร่วมกับชุมชน ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น กิจกรรมวันพ่อ วันแม่ การเก็บขยะ การทำความสะอาดพื้นที่ชุมชน และกิจกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างคริสตจักรกับชุมชน

พันธกิจเหล่านี้เป็นการนำความรักของพระคริสต์ไปสู่ผู้คนผ่านการรับใช้และการลงมือปฏิบัติจริง โดยคริสตจักรไม่ได้เป็นเพียงสถานที่นมัสการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่พร้อมยืนเคียงข้าง ช่วยเหลือ และร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคม

การพัฒนาคนเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

นอกจากการสนับสนุนด้านการศึกษา การสร้างอาชีพ และการสงเคราะห์แล้ว องค์กรยังมุ่งส่งเสริม การพัฒนาทักษะชีวิต การเสริมสร้างศักยภาพ และการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สมาชิกและชุมชน เพื่อให้ผู้คนสามารถเติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งด้านชีวิต ความรู้ ความสามารถ อาชีพ และความสัมพันธ์กับผู้อื่น

องค์กรเชื่อว่าการประกาศข่าวประเสริฐสามารถเกิดขึ้นผ่านการลงมือทำและการแสดงความรักต่อผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อคริสตจักรเข้าไปอยู่เคียงข้างชุมชน ช่วยสร้างโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ตลอดจนช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในภาวะยากลำบาก ก็เป็นการสะท้อนความรักและพระเมตตาของพระคริสต์สู่สังคม และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว คริสตจักร และชุมชน

“พัฒนาคน สร้างโอกาส พัฒนาคริสตจักรและชุมชน และนำความรักของพระคริสต์ไปสู่สังคม”